เขาค้อ ช่วงปีใหม่

Posted by: t_ang_s

มกราคม 4th, 2010 >> ประวัตินู๋แตง^u^

เขาค้อ_1

เขาค้อ มีชื่อเสียงในฐานะที่มีเป็นสถานที่ที่อากาศเย็นสบาย สดชื่นได้ทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี เพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ที่ประกอบด้วยภูเขา เนินใหญ่ เนินน้อย สลับกันไปมา สวยงาม ยอดเขาที่สูงที่สุดของเขาค้อ คือ เขาย่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ มีความสูง 1,290 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนยอดเขาค้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ มีความสูง 1,174 เมตร สภาพอากาศบนเขาค้อจึงค่อนข้างเย็น และเย็นจัดในฤดูหนาว และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

ชื่อเขาค้อ มีที่มาจาก ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก ซึ่งโดยปกติต้นค้อจะขึ้นในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ป่าไม้ในแถบนี้เป็นป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ ป่าสน และป่าดิบ ที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง 

สถานที่ท่องเที่ยงบนเขาค้อ นอกจากจะมีความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญอย่างยิ่งทางประวัติศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากเป็นพื้นที่ ที่ทางราชการ ใช้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ก่อนที่ผกค. จะแพ้พ่าย และสูญหายไปจากประเทศไทย ซึ่งสถานที่สำคัญหลายแห่งบนเขาค้อ ยังปรากฎหลักฐานเหล่านี้อยู่จำนวนมาก

สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ และเสียชีวิตในการสู้รบ ตั้งอยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข 2196 ไปเล็กน้อย

ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) อยู่เลยกิโลเมตรที่ 28 ทางหลวงหมายเลข 2196 (ไปเล็กน้อย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์สวยงามและเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีต ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ มีห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

Credit :

http://www.khaoko.com

Christmas Day เทศกาลวันคริสต์มาส

Posted by: t_ang_s

ธันวาคม 23rd, 2009 >> ประวัตินู๋แตง^u^

merrychristmas

 

ตำนานวันคริสต์มาส


คำว่า คริสต์มาส” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
 

 

เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

 christmas_3 

ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ พระเยซู” ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

 

 

องค์ประกอบในงานคริสต์มาส

ซานตาครอส

 santacros

เป็นสิ่งแรกๆ ที่คนจะนึกถึงในฐานะสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส ซึ่งว่ากันว่าซานตาคลอสคนแรก คือ นักบุญ (เซนต์) นิโคลัส ผู้เป็นสังฆราชแห่งเมืองไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 4 และเหตุที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นซานตาครอสคนแรก มาจากวันหนึ่งที่ท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่ง แล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี

นักบุญนิโคลัส นั้นเป็นนักบุญที่ชาวฮอลแลนด์นับถือว่าเป็นนักบุญผู้อุปถัมภ์ของเด็กๆ เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม เอาไว้ ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะมาเยี่ยมเด็กๆ และเอาของขวัญมาให้เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในอเมริกา โดยมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลัสก็เปลี่ยนเป็น ซานตาคลอส และแทนที่จะเป็นสังฆราชก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วนและใส่ชุดสีแดง อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นยานพาหนะที่มีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมาทางปล่องไฟของบ้านเพื่อเอาของขวัญมาให้เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติของเขา         

ถุงเท้า

sock

จากที่นักบุญนิโคลัสได้ปีนขึ้นไปบนปล่องไฟของบ้านเด็กหญิงยากจน เพื่อที่จะมอบเหรียญเงินให้เป็นของขวัญ แต่เหรียญนั้นกลับตกไปอยู่ในถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้หน้าเตาผิง พอรุ่งเช้าเด็กหญิงตื่นมาเจอเหรียญเงินในถุงเท้าจึงดีใจมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ผู้คนมากมายต่างพากันแขวนถุงเท้าคริสต์มาสไว้ เพื่อหวังจะได้รับของขวัญเช่นเดียวกันบ้าง

ต้นคริสต์มาส

ต้นกุมารพระคริสต์

นอกจากนี้อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้นคริสต์มาส ซึ่งต้นคริสต์มาสก็คือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยลูกแอปเปิ้ลและขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท และก็ได้มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยจนมาถึงการประดับด้วยดวงไฟหลากสีสัน ขนม และของขวัญ อย่างในทุกวันนี้ การตกแต่งแบบนี้ต้องย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก

ต้นฮอลลี่

holly

ต้นฮอลลี่ เป็นต้นไม้พุ่มเตี้ย และเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส เชื่อกันว่า สีเขียวของต้นฮอลลี่มีความหมายถึง การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ และมีความสัมพันธ์กับพระเยซู โดยผลสีแดงของต้นฮอลลี่นั้นหมายถึงหยดเลือดของพระเยซูที่ไหลลงบนไม้กางเขน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความรักที่มีต่อพระเจ้า ใบไม้ที่มีหนามของต้นฮอลลี่เป็นสิ่งที่เตือนพวกเราถึงมงกุฏหนามที่พวกชาวทหารโรมันได้นำมาวางไว้บนศีรษะของพระเยซูคริสต์

ดอกไม้คริสต์มาส หรือ Poinsettia

poinsettia

ตำนานของดอก Poinsettia ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของวันคริสต์มาส มาจากเรื่องราวของเด็กหญิงจนๆ คนหนึ่ง ที่ต้องการหาของขวัญไปมอบให้พระแม่มารีในวันคริสต์มาสอีฟ แต่เนื่องจากเธอไม่มีสิ่งของใดๆ ติดตัว จึงเดินทางไปตัวเปล่า และระหว่างทางเธอได้พบกับนางฟ้าที่บอกให้เธอเก็บเมล็ดพืชไว้ ต่อมาเมล็ดพืชนั้นกลับเจริญเติบโตเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีเลือดหมูสดใส ซึ่งก็คือดอก Poinsettia ตั้งแต่นั้นดอก Poinsettia ก็ได้รับความนิยมใช้ประดับประดาบ้านในงานคริสต์มาส

ดอกคริสต์มาส Christmas Rose

cristmasrose

มีต้นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ ลักษณะเป็นดอกสีขาว และมักออกดอกในช่วงฤดูหนาว ตำนานของดอกคริสต์มาสนี้มีอยู่ว่า ในช่วงที่พระเยซูประสูติ มีผู้รอบรู้ 3 คน กับคนเลี้ยงแกะเดินทางมาพบพระเยซู ระหว่างทางพวกเขาพบกับ มาเดลอน เด็กหญิงที่เลี้ยงแกะคนหนึ่ง เมื่อเธอทราบว่าทั้งหมดเดินทางมาเพื่อมอบของขวัญให้พระเยซู มาเดลอนก็เสียใจที่ไม่มีของขวัญใดไปมอบให้พระเยซูบ้าง ก่อนที่นางฟ้าที่เฝ้ามองเธออยู่จะเกิดความเห็นใจจึงร่ายมนตร์เสกดอกไม้สีขาวน่ารักและมีสีชมพูอยู่ตรงปลายกลีบให้เธอ และดอกไม้นั้นคือ ดอกคริสต์มาสนั่นเอง

เพลงวันคริสต์มาส

เพลงคริสต์มาสเริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 แต่งโดยพระสงฆ์และฆราวาส มีเนื้อร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า เน้นถึงความหมายของการเสด็จมาของพระเยซูเจ้า แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่

เพลงคริสตมาสแบบใหม่นี้ เป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน เพราะมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดีในโอกาสคริสต์มาส เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274) และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน เพลงคริสต์มาสที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night

ความเป็นมาของเพลงนี้มาจากวันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818 คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ (Oberndorf) ประเทศออสเตรีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้องไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปให้เพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber) ใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั่นเอง และเล่นเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก

คำอวยพรวันคริสต์มาส

ในวันคริสต์มาสเรามักจะใช้คำอวยพรให้แก่กันและกันว่า Merry X’mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ” คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ และได้จัดให้มีการฉลองเพื่อระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซู ที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ ประเพณีนี้ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษที่ 4 และค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป

สีประจำวันคริสต์มาส

สีที่เกี่ยวข้องในวันคริสต์มาสประกอบด้วย
          สีแดง : เป็นสีของผลฮอลลี่ หรือซานตาครอส เป็นสีของเดือนธันวาคม ที่แสดงถึงความตื่นเต้น และหากเป็นสัญลักษณ์ตามศาสนา สีแดงจะหมายถึง ไฟ, เลือด และความโอบอ้อมอารี
          สีเขียว : เป็นสีของต้นไม้ สัญลักษณ์ของธรรมชาตื หมายถึงความอ่อนเยาว์และความหวังที่จะมีชีวิตเป็นนิรันดร์ เปรียบได้กับว่าเทศกาลคริสต์มาสคือเทศกาลแห่งความหวัง
          สีขาว : เป็นสีของหิมะ และเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา คือแสงสว่าง ความบริสุทธิ์ ความสุข และความรุ่งเรือง สีขาวนี้จะปรากฎบนเสื้อคลุมนางฟ้า, เคราและชายเสื้อของซานตาครอส
          สีทอง : เป็นสีของเทียนและดวงดาว เป็นสัญลักษณ์ของแสงอาทิตย์และความสว่างไสว

การทำมิสซาเที่ยงคืน

การถวายมิสซานี้เกิดขึ้นหลังจากพระสันตะปาปาจูลีอัสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) ในปีนั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ เมื่อไปถึงตรงกับเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาทรงถวายบูชามิซซา ณ ที่นั้น เมื่อเดินทางกลับมาที่พักได้เวลาตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ยังมีสัตบุรุษหลายคนไม่ได้ร่วมขบวนไปด้วยในตอนแรก พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ในโอกาสวันคริสต์มาส

เทียนและพวงมาลัย

wreath

พวงมาลัยนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่คนสมัยก่อนใช้หมายถึงชัยชนะ แต่สำหรับการแขวนพวงมาลัยในวันคริสต์มาสนั้นหมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ของพระเป็นเจ้า ซึ่งธรรมเนียมนี้เกิดจากกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในประเทศเยอรมันได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้น ในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของเทศกาลเพื่อเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะจุดเทียนหนึ่งเล่ม สวดภาวนา และร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกันเป็นเวลา 4 อาทิตย์ก่อนถึงวันคริสต์มาส ประเพณีเป็นที่นิยมอยางมากในประเทศอเมริกา ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยนำเทียน 1 เล่มนั้นมาจุดไว้ตรงกลางพวงมาลัยสีเขียว และนำไปแขวนไว้ที่หน้าต่าง เพื่อเป็นการเตือนให้คนที่เดินผ่านไปมาได้รู้ว่าใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว ส่วนเหตุผลที่พวงมาลัยมีสีเขียวนั้น เป็นเพราะมีการเชื่อกันว่าสีเขียวจะช่วยป้องกันบ้านเรือนจากพวกพลังอันชั่วร้ายได้

ระฆังวันคริสต์มาส

bell

เสียงระฆังในวันคริสต์มาสคือการเฉลิมฉลองให้กับการประสูติของพระพุทธเจ้า โดยมีตำนานเล่าว่า มีการตีระฆังช่วงก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันคริสต์มาสเพื่อลดพลังความมืด และบ่งบอกถึงความตายของปีศาจ ก่อนที่พระเยซูผู้ที่จะมาช่วยไถ่บาปให้กับมวลมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น และระฆังนี้มีเสียงดังกังวาลนานนับชั่วโมง ก่อนที่ในเวลาเที่ยงคืนเสียงระฆังนี้จะกลับกลายมาเป็นเสียงแห่งความสุข

ดาว

star

ดาว ในความหมายของชาวคริสต์เตียน หมายถึงการแสดงออกที่ดีของพระเยซูคริสต์ ที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่า “The bright and morning star” มีความหมายพิเศษเหมือนกับว่า ดวงดาวเหล่านั้นได้แบ่งที่อยู่กับสรวงสวรรค์ ไม่ว่าจะมีกำแพงอะไรขวางกั้นระหว่างพื้นผิวโลกด้วยก็ตาม

เครื่องประดับและแอปเปิ้ล

xmas15

ในบางแห่งเชื่อว่า ลำต้นของแอปเปิ้ล มองดูคล้ายกับต้นไม้ในสรวงสวรรค์ จึงมีการนำเอาแอปเปิ้ลมาประดับตามต้นไม้ในวันคริสต์มาส ส่วนเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ ที่ตกแต่งต้นคริสต์มาสนั้นเป็นงานศิลปะที่จำลองจากผลไม้ และที่มีสีสันสดใสนั้นเพื่อให้เกิดความรื่นเริงในบ้าน อีกทั้งแสงระยิบระยับที่สะท้อนไปมา ยังดูสวยงามคล้ายแสงเทียนและแสงไฟ

ของขวัญวันคริสต์มาส

การแลกเปลี่ยนของขวัญในวันคริสต์มาสนั้น เริ่มต้นจากเมือง Saturnalia ในช่วงยุคโรมัน ต่อมาชาวคริสต์รับประเพณีนี้เข้ามา ด้วยความเชื่อว่า การให้ของขวัญนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับของขวัญประเภททอง, ยางสนที่มีกลิ่นหอม และ ยางไม้หอม ซึ่งพวกนักเวทย์จากตะวันออกที่เดินทางมาคารวะพระเยซูคริสต์ นำมาให้ตอนที่ท่านประสูติ

 christmas_gifts

 

 ขอขอบคุณ

http://www.kononline.net/juk/pic/juk2/christmas4_132.jpg

http://iblog.siamhrm.com/wp-content/uploads/image/merrychristmas.png

http://www.kononline.net/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=164

http://www.bloggang.com/data/tolive/picture/1229400487.jpg

http://statics.atcloud.com/files/comments/60/608609/images/1_display.jpg

http://www.wallpaperez.net/wallpaper/holiday/m/Christmas-gifts-1383.jpg

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/673/8673/images/Xmas15.jpg

รัฐธรรมนูญ วันรัฐธรรมนูญ

Posted by: t_ang_s

ธันวาคม 2nd, 2009 >> ประวัตินู๋แตง^u^

วันรัฐธรรมนูญของไทย

วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกคล้ายวันที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยามฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนชาวไทย

 

รัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญ

ความเป็นมา

การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาสิทธิราช ซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่ใช้กันมาเป็นเวลา ๗๐๐ ปีเศษ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ในหลวง

ในหลวง

 

สาเหตุที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูล

๑. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ แห่งราชวงศ์จักรีทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย

          ๒. หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผลอันนี้ได้กระทบมาถึงไทยด้วยพระองค์ได้แก้ไขเศรษฐกิจโดยปลดข้าราชการออก ยังความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ

          ๓. อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนหนุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

          ๔. รัฐบาลได้ออกกฎหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร

          จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการทหาร และราษฎรทั่วไปจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยการปฏิวัติ มีคณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหารซึ่งประกอบด้วยพันเอกพระยาทรงสุรเดช และพันเอกพระยาฤทธิอาคเนย์เป็นผู้บริหารประเทศ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า “พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว” สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลายการใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคล คณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ

          ๑. พระมหากษัตริย์
          ๒. สภาผู้แทนราษฎร
          ๓. คณะกรรมการราษฎร
          ๔. ศาล
          ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้ สถาบันที่เกิดใหม่คือ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติออกกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว จึงจะมีผลบังคับได้ เหตุนี้ในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทนจึงเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง ส่วนการใช้อำนาจตุลาการยังคงให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้วพิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปตามกฎหมายได้ตามเดิม

          กระทั่งถึง วันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร ซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้บริหารราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนได้ หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญของรัฐซึ่งมีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎรเลือกตั้งใหม่ในส่วนเกี่ยวกับพระมหา กษัตริย์นั้น ได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้

          สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๓๔ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว ๕ ฉบับ ฉบับสุดท้ายคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พุทธศักราช ๒๕๓๘

 

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

ขอขอบคุณ

 

http://guru.sanook.com/

http://www.oknation.net/

http://www.vcharkarn.com/

http://www.thaisafenet.org/

วันพ่อ วันพ่อแห่งชาติ ความเป็นมาวันพ่อ กิจกรรมวันพ่อ

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 30th, 2009 >> วันพ่อ

ในหลวง

ในหลวง

วันพ่อแห่งชาติ ในประเทศไทยตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดติดต่อกันทุกปีตั้งแต่ พ.ศ. 2523 โดยการริเริ่มของ นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา คุณหญิงเนื้อพิทย์ เสมรสุต สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันพ่อ ได้แก่ ดอกพุทธรักษาซึ่งมีชื่ออันเป็นมงคล

ความหมาย

ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายคำว่า “พ่อ” ไว้ดังนี้

พ่อ หมายถึง ชายผู้ให้กำเนิดแก่ลุก, คำที่ลูกเรียกชายผู้ให้กำเนิดตน

พุทธศาสนา “พ่อ” หมายถึง ชายผู้ให้กำเนิดแก่ลูกมีใช้หลายคำ เช่น

- บิดา (พ่อ)

-ชนก (ผู้ให้กำเนิด)

-สามี (ผัวของแม่) เป็นต้น

 

ความเป็นมาวันพ่อ

วันพ่อแห่งชาติ ได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2523 โดยคุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษาเป็นผู้ริเริ่ม

ในหลวง

ในหลวง1

เหตุผลในการจัดตั้งวันพ่อ

โดยที่พ่อเป็นผู้มีพระคุณมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัวและสังคม สมควรที่ผู้เป็นลูกจะเคารพเทิดทูนตอบแทนพระคุณด้วยความกตัญญู และสมควรที่สังคมจะยกย่องให้เกียรติรำลึกถึงผู้เป็นพ่อ จึงถือเอาวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างนานัปการ ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดาทรงรักใคร่และห่วงใยตั้งแต่พระเยาว์จนถึงปัจจุบันรวมทั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ เรืออากาศเอกวีรยุทธ ดิษยศริน พระสวามีในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์วลัยลักษณ์และพระเจ้าหลานเธอทุกพระองค์ ต่างซาบซึ้งและปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมิรู้ลืม พระองค์ทรงเป็น “พ่อ” ตัวอย่างของปวงชนชาวไทยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณา ทรวงห่วงใยอย่างหาที่เปรียบมิได้ ดังบทร้อยกรองเทิดพระเกียรติว่า

ในหลวง2

ในหลวง2

“อันราชาเลี้ยงรักษาซึ่งทวยราษฎร์           ประดุจเป็นปิตุราชอยู่ทุกเมื่อ

         ควรที่บุตรสุดรักจักจุนเจือ          พระคุณนั้นให้อะเคื้อด้วยภักดี

 และอีกบทหนึ่งเทิดพระเกียรติว่า

          “ทุกบุปผามาลัยคือใจราษฎร์          ภักดีบาทองค์บพิตรเป็นนิจสิน

         พระคือบิดาข้าแผ่นดิน          ร่วมร้อยรินมาลัยถวายพระพร

         ลุ 5 ธันวามหาราช          “วันพ่อแห่งชาติ” คือองค์อดิเรก

         พระเปี่ยมล้นด้วยเมตตาเอื้ออาทร          พสกนิกรเป็นสุขทุกคืนวัน”

 

สัญลักษณ์วันพ่อแห่งชาติ

ดอกพุทธรักษา

ดอกพุทธรักษา

 

ดอกพุทธรักษามีสีเหลือง เป็นดอกไม้สัญลักษณประจำวันพ่อ เนื่องจากสีเหลืองนั้น เป็นสีประจำวัน เฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ถ้าลูกๆคนไหนต้องการใช้ดอกไม้แทนความรู้สึกรัก และเคารพบูชาพ่อ ลองมอบดอกพุทธรักษาให้กับท่าน รับรองว่า คุณพ่อทุกๆคน ต้องเข้าใจ และดีใจมากทีเดียว

 

กิจกรรมที่ควรปฎิบัติในวันพ่อแห่งชาติ

         1. ประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน

         2. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญประโยชน์หรือทำบุญใส่บาตร เพื่ออุทิศส่วนกุศลและระลึกถึงพระคุณพ่อ

         3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมยกย่องผู้ที่ สมควร ได้รับการยกย่องว่าเป็นพ่อ ตัวอย่าง

 

 ขอขอบคุณ

http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/

http://www.oknation.net/

http://www.yupparaj.ac.th/

White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 11th, 2009 >> นิยาย

เรื่อง : White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก
White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก

White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก

เรื่อง : White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก

ผู้แต่ง : เจ้าปลาน้อย

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = เพนนี
หญิงสาวที่หลงรักนักรบ และยอมแลกชีวิตตนเองกับนักรบโดยสัญญากับเวอร์ชู่ เมื่อนักรบฟื้นแล้วกลับกลายเป็นว่าเวอร์ชู่ไม่เอายอมเอาชีวิตของเพนนีไปเสียที่ แต่จะเรียนรู้ความรักจากเธอ เมื่อความใกล้ชิดมีมากขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเป็นความรักทั้งที่ตนเองและเทวฑูตสีขาวก็ไม่รู้ตัว จนเมื่อเธอได้เอาตัวเองบังกระสุนให้นักรบจนเธอต้องตาย วินาทีนั้นเธอนึกถึงทุกสิ่งและสิ่งที่สุดท้ายที่นึกถึงภายในจิตใจเธอก็คือ เธอหลงรักเวอร์ชู่แล้ว เหตุการณ์นี้ทำให้เวอร์ชู่ตัดสินใจแลกความเป็นนิรันดร์ของเค้ากับชีวิตเธอ โดยเธอไม่รู้เลยว่าเวอร์ชู่เมื่อมาเป็นมนุษย์เค้าจะจำเธอได้ไหมและเค้าผู้นั้น(คนที่สร้างไซเรนและปอร์เช่)ตกลงสัญญาอะไรไว้กับเวอร์ชู่กันแน่ที่จะทำให้เค้าคืนความทรงจำมาเหมือนเช่นกับปอร์เช่(ไซเรน เทวทูตสีดำ) ซึ่งเธอตั้งปณิธานแล้วว่าจะทำทุกวิธีเพื่อให้จูเลี่ยนจำเธอให้ได้


นักแสดงนำชาย = เวอร์ชู่ (เมื่อมาเป็นมนุษย์ “จูเลี่ยน เอเดน” ดาราฮอลีวูด)
เทวทูตสีขาวที่เป็นตัวแทนแห่งความดีงามและสีขาว เทวทูตตนนี้รู้สึกสงสัยในความรักที่ทำให้ไซเรนเทวฑูตสีดำที่ยอมแลกความเป็นนิรันดร์กับความรัก เทวทูตสีขาวจึงอยากที่จะเรียนรู้กับความรักโดยให้เพนนีช่วยสอน เมื่อความใกล้ชิดเกิดขึ้นทำให้เกิดเป็นความรักที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว จนกระทั่งเพนนีเอาตัวเองบังกระสุนให้นักรบจนเธอต้องตาย เวอร์ชู่จึงแลกความเป็นนิรันดร์ของตนเองกับการรักษาชีวิตเธอไว้ เพราะรู้ตัวว่ารักเพนนีแล้ว จากนั้นเค้าก็กลายเป็นจูเลี่ยนดาราฮอลีวูด ซึ่งเค้าจำตัวเองไม่ได้ เมื่อเค้ามาเมืองไทยและได้พบกับเพนนีเรื่องราวความรักที่สนุกก็เกิดขึ้น


เรื่องย่อ : White Contract สนธิสัญญาพิสูจน์รัก

เพราะเคยไปบนบาน กับเจ้าที่กำมะลอขอให้คนที่รักปลอดภัยจากอุบัติเหตุ ถึงขั้นยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับการให้เขาอยู่รอด เจ้าที่ท่านนั้นหรือก็คือ ‘เวอร์ชู่’ เทวทูตสีขาวจอมเจ้าเล่ห์เลยจัดให้ >O<! ด้วยการไม่เอาชีวิตฉันไป โดยเขาเลือกที่จะมาใช้ชีวิตอยู่กับฉันแทน (เพื่อ…)
แถมยังคอยก่อกวนความเป็นส่วนตัว แอบอ่านความคิดของฉันอยู่ได้ตลอดเวลา แง้ๆ T^T นี่แหละน้า เพราะรักเขาคนนั้นมากไป ฉันเลยต้องมาทุกข์ใจขนาดนี้ จนวันหนึ่งเวอร์ชู่ได้เตือนภัยว่าเพื่อนสนิท (?) จะทำให้ฉันต้องเดือดร้อน และการที่ฉันไม่เชื่อคำพูดเขาในครั้งนั้นก็ทำให้ฉันต้องพบกับเรื่องเลวร้าย เกินคาด OoO

Credit :

www.jamsai.com

www.siambookcenter.com

Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 11th, 2009 >> นิยาย

เรื่อง : Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

ผู้แต่ง : ลูกชุบ

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = ELLE แอล

นางแบบสาวโนเนมสุดเซ็กซี่ พักอยู่ที่ Triple Nine Apartment และไม่ค่อยจะถูกกับเจ้านายแบบหนุ่มน้อยห้องข้างๆ เพราะชอบทำคลอเคลียสาวแบบไม่เกรงใจชาวบ้าน อย่างที่โบราณท่านว่าไว้ “เกลียดสิ่งใด ก็จะได้เจอสิ่งนั้น” เพราะอะไรหน่ะหรอ สาวแอลได้ร่วมงานกับวีไอพีหน่ะสิ แถมยังถ่ายแบบเซ็กซี่เสียด้วย เหอๆๆ

นักแสดงนำชาย = วีไอพี

นายแบบหนุ่มน้อย ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีพ่อเป็นถึงช่างถ่ายภาพมืออาชีพ แต่กลับมาอยู่ที่ Triple Nine Apartment และไม่ค่อยถูกกับสาวข้างห้องเสียเท่าไรนักจึงมักเถียงกันอยู่บ่อยๆ ใครจะไปรู้จะได้ร่วมกัน เหอๆ เรื่องราวชักสนุกแล้วซิ

เรื่องย่อ : Triple Nine Apartment รักร้ายหัวใจไม่ได้ล็อค

สวัสดีค่ะ ^/\^ ฉันชื่อแอล บัณฑิตสาวหมาดๆ ที่อยากแสดงให้พ่อแม่เห็นว่าสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ จึงออกจากบ้านมาอยู่ที่ Triple Nine Apartment แห่งนี้ แต่ชีวิตฉันก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เคยคิดหรอกค่ะ งานน่ะหายากจะตาย ฉันนี่กินมาม่าประทังชีวิตมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว T^T แล้วไอ้งานล่าสุดที่ได้มาเนี่ยคือการเป็นนางแบบภาพนิ่งให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งลุคแม่บ้านหิ้งตะกร้านี่ดูไม่จืดเลยทีเดียว โดนล้อไปถึงไหนต่อไหน ฮือออ~ อับอายขายขี้หน้าจริงๆ Y_Y และนอกจากต้องระทมทุกข์กับการเป็นนางแบบแล้วเพื่อนบ้าน (หรือจริงๆ ก็คือเพื่อนข้างห้อง) ของฉันเนี่ยก็แย่สุดๆไปเลย ชอบโชว์เลิฟซีนกับสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่เรื่อย OoO ไอ้เด็กบ้า…เป็นเด็กเป็นเล็กทำอะไรก็ได้หรือไง แล้วก็เลิกเรียกฉันว่า คุณพี่สาว ซะทีนะยะ ใครเป็นพี่สาวของนายก๊านนน~ ฉันไม่มีน้องชายแบบนายเฟ้ย =[]= เดี่ยวบั๊ดเหนี่ยวเลย อึ่ย!

Credit :

www.jamsai.com

www.siambookcenter.com

Memorable ความทรงจำสุดหัวใจของยัยคุณหนู

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 7th, 2009 >> นิยาย

 เรื่อง : Memorable ความทรงจำสุดหัวใจของยัยคุณหนู

Memorable ความทรงจำสุดหัวใจของยัยคุณหนู

Memorable ความทรงจำสุดหัวใจของยัยคุณหนู

 

ผู้แต่ง : ~momo~ko~

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = นัมเฮริ

คุณหนูแสนสวย นิสัยดี ที่มีร่างกายอ่อนแอ และมีรักแรกกับฮันโซกี แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนแอและต้องได้รับการรักษาจนทำให้เธอความจำเสื่อม

นักแสดงนำชาย = ฮันโซกี (หลังความจำเสื่อม “โอเซจุน”)

หนุ่มหล่อผู้เป็นรักแรกของนัมเฮริ เรื่องราวความรักที่ดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ใครจะคาดคิดว่าจู่ๆ ตนเองกลับมีเนื้องอกในสมอง เมื่อรับการรักษากลับทำให้เขาความจำเสื่อมเช่นกัน

เรื่องย่อ : Memorable ความทรงจำสุดหัวใจของยัยคุณหนู

ทำไมชีวิตฉันมัน ถึงได้โชคร้ายอย่างนี้นะ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องเจอกับบรรยากาศเดิมๆ ผู้คนเดิมๆ รวมไปถึงกิจวัตรเดิมๆ T^T ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะร่างกายที่ไม่แข็งแรงทำให้ฉันต้องมาใช้ชีวิตอยู่ใน โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ เฮ้อ~ ช่วยไม่ได้นี่นะ อยากเกิดมาอ่อนแอทำไมล่ะ เข้าใจเลยว่าแม้จะมีเงินมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพดีๆ ได้ (-_-*) แต่ฉันก็ไม่ได้ท้อกับเรื่องนี้หรอกนะ เพราะตราบใดที่ยังมี ฮันโซกีผู้ชายที่เป็นรักแรก (และรักเดียว) อยู่เคียงข้าง ฉันก็พร้อมที่จะต่อสู้กับทุกสิ่ง แม้ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร


ที่ฉันพูดแบบนั้นก็เพราะความรักของเราสองคนมันช่างมีอุปสรรค ถึงฉันกับฮันโซกีจะรักกันมากมายแค่ไหน แต่เราก็ไม่อาจร่วมทางเพราะเหตุผลต่างๆ นานา (_ _) แต่ด้วยคำสัญญาที่พวกเราเคยให้ไว้ต่อกัน ฉันเชื่อว่าต้องมีสักวันที่เป็นวันของเรา ^^” ฮันโซกี… นายช่วยรอฉันจนกว่าจะถึงวันนั้นนะ ได้โปรด -/\-

Credit :

www.jamsai.com

www.welovebook.com

รักดั่งเทพนิยาย

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 7th, 2009 >> นิยาย

เรื่อง : รักดั่งเทพนิยาย

 

รักดั่งเทพนิยาย

รักดั่งเทพนิยาย

 

ผู้แต่ง : เจ้าปลาน้อย

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = แสนซน

หญิงสาวที่มีรูปร่าง หน้าตาน่ารัก มีรางวัลการันตีความงามเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัย มีนิสัยอ่อนโยน ใสซื่อ และมีเพื่อนสนิทที่สุดคือไอย์ ที่ทำให้เกิดเรื่องราวทั้งหมด

นักแสดงนำชาย = คิวปิด

ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาดี แต่ตาบอด เนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เขาเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย เกรงกลัวในการออกนอกบ้านของตน เพราะทำให้ตนเองเป็นภาระให้กับผู้อื่น


เรื่องย่อ : รักดั่งเทพนิยาย

โอ้!!! มาย!!! ก็อด!!! ฉันจะต้องปลอมตัวไปดูแลพี่คิวปิดคู่หมั้นของไอย์งั้นเหรอ ทำไมไม่ไปดูแลเองหล่ะ อุตส่าห์โชคดีมีคู่หมั้นกับเขาทั้งที หา? ว่าไงนะ เพราะนายคิวปิดคู่หมั้นของเธอตาบอด เธอก็เลยไม่อยากไปดูแลแต่จะให้ฉันไปแทนเนี่ยนะ เรื่องอะไรล่ะ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันเสียหน่อย เสียเวลาเขียนนิยายอีกต่างหาก แต่เอาเถอะ ถ้าไม่เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทล่ะก็ ฉันไม่ช่วยหรอกนะรู้ไว้ซะด้วย จะว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าการไปดูแลนายคิวปิดนั่นเป็นการหาข้อมูลมาแต่นิยายเรื่องใหม่ละกัน แล้วเจอกันนะ พ่อหนุ่มคิวปิด…

Credit :

www.jamsai.com

ปรากฏการณ์รักหมดหัวใจ

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 7th, 2009 >> นิยาย

เรื่อง : ปรากฏการณ์รักหมดหัวใจ

ปรากฏการณ์รักหมดหัวใจ

ปรากฏการณ์รักหมดหัวใจ

 

ผู้แต่ง : OResia

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = เร

เด็กสาวแสนสวยผู้เงียบขรึม ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนๆ ซึ่งเธอนั้นมาจากโลกมืดและคอยช่วยเหลือบัสอยู่อย่างห่าง

นักแสดงนำหญิง = ดิว

เด็กสาวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ รอยยิ้มเธอเปรียบเหมือนนางฟ้า ชีวิตปกติที่แสนจะมีความสุข แต่แล้วทุกอย่างกลับพลิกผลันให้เธอกลับไปสู่โลกมืด เพราะเนื่องมาจากชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดาของเธอ

นักแสดงนำหญิง = ฟิน

เด็กสาวที่แสนจะธรรมดา มีความสดใส ร่าเริง เฮฮาสนุกสนานไปวันๆ เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของบัส และแอบหลงรักบัส และบัสเปรียบเธอเหมือนดั่งดวงดาวสีน้ำเงิน เพราะสีน้ำเงินเป็นสีที่บัสชอบที่สุด สีแห่งความสุข สีของทะเล…ดวงดาวนำความสุขของบัส

นักแสดงนำชาย = บัส

เด็กหนุ่มหน้าตาดี ผู้เป็นหัวหน้าชมรมศิลปะการต่อสู้ ซึ่งแอบหลงรักดิวตั้งแต่แรกพบ จนถูกดึงเข้าไปสู่โลกมืด แล้วบัสนั้นก็ได้เรเด็กสาวที่มากจากโลกมืดคอยช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้หลายครั้งหลายหน


เรื่องย่อ : ปรากฏการณ์รักหมดหัวใจ

 

บัสเด็กหนุ่ม ม.ปลาย ผู้มีลางสังหรณ์พิเศษและเชี่ยวชาญการต่อสู้เขามีชีวิตที่แสนจะธรรมดา เฮฮาไปวันๆ กับ ฟินเพื่อนสนิทจนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและมีโอกาสช่วย ดิวจากกลุ่มชายชุดดำโดยบังเอิญนับเป็นจุดหักเหที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต…เหตุการณ์ในครั้งนั้นฉุดเขาให้เข้าสู่วังวนของ โลกมืด


โลกที่มีเพียงเขม่าปืน โลหิต และความตาย! ที่ซึ่งถูกยึดครองโดยสี่พรรคที่เปรียบเสมือนคานทั้งสี่ เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของดิวเป็นเหตุทำให้เธอถูกตามล่าภารกิจปกป้องหญิงสาวอันเป็นที่รักจึงเริ่มต้นขึ้นโดยมี เรเด็กสาวจากโลกมืดคอยช่วยเหลือเขาแต่เรื่องราวกลับวุ่นวายยิ่งขึ้น…เมื่ออุปสรรคในครั้งนี้มีความรักหลายเส้าเข้ามาเกี่ยวข้อง!

Credit :

www.jamsai.com

www.thaispecial.com

พรหมลิขิตรัก

Posted by: t_ang_s

พฤศจิกายน 6th, 2009 >> Novel_มากกว่ารัก

 

เรื่อง : พรหมลิขิตรัก

พรหมลิขิตรัก

พรหมลิขิตรัก

 

ผู้แต่ง : หยวนเยวี่ย

ผู้แปล : ลูกหว้า

แนะนำตัวละคร

นักแสดงนำหญิง = เผยจิง

ผู้นำตระกูลเผยรุ่นปัจจุบัน คล่องแคล่ว องอาจ จิตใจดีงาม มีเมตตา แม้ไม่ได้ร่ำเรียนสูง แต่ก็สามารถบริหารการค้าของคอกปศุสัตว์ได้เป็นอย่างดี

นักแสดงนำชาย = จวินอี๋เซี่ยว

บุตรชายคนโตของตระกูลจวิน ถูกเนรเทศมาเป็นทาสยังเมืองชายแดนในฐานะนักโทษฆ่าคนตาย บุคลิกสุภาพนุ่มนวล หน้าตาหมดจดงดงาม


เรื่องย่อ : พรหมลิขิตรัก

 

ทุ่งหญ้าเขียวขจีเขตชายแดน คือ สถานที่จารึกรักของเขากับเธอ

ชายหนุ่มรูปงามดุจหยกเกลี้ยงผู้บอบบางอย่างอ่อนโยน

และหญิงสาวแกล้วกล้าองอาจบนหลังอาชาไนย

 

คอกปศุสัตว์ตระกูลเผยวันนี้แม้ไม่ยากจนข้นแค้นเช่นเมื่อก่อนแต่ก็ใช่ว่าจะร่ำรวยมีเหลือกินเหลือเก็บเผยจิง… ในฐานะผู้นำตระกูลจึงถือเงินก้อนใหญ่มุ่งหน้าเข้าเมืองหมายจะซื้อแรงงานชั้นดี มาเป็นกำลังหลักให้กับกิจการของครอบครัว


แต่แทนที่จะได้บุรุษร่างกำยำที่ตั้งใจไว้ ที่ได้มากลับเป็นชายหนุ่มรูปร่างสะโอดสะองท่าทางอมโรค ซึ่งดูแล้วคงมาเป็นภาระให้นางต้องดูแลมากกว่า จวินอี๋เซี่ยวเองก็ไม่คิดว่าตนจะมีวันนี้


เพียงชั่วข้ามคืน จากคุณชายแห่งตระกูลอันสูงส่งก็กลับกลายเป็นนักโทษที่ถูกเนรเทศ มาเป็นทาสยังชายแดนไปเสียได้ ในโมงยามแห่งความสสิ้นหวังนั้นเองหญิงสาวคนหนึ่งดึงเขาขึ้น จากนรกแห่งการลงทัณฑ์และมอบชีวิตใหม่ให้แก่เขา


เผยจิงไม่ใช่สตรีซึ่งสวยที่สุด ไม่ได้ฉลาดที่สุดและยิ่งไม่ร่ำรวยที่สุด แต่นางมีจิตใจดีงามที่สุด จวินอี๋เซี่ยวรักนางอย่างลึกซึ้ง ทว่าคนอ่อนแอ หนำซ้ำยังเป็นแค่นักโทษเช่นเขาจะคู่ควรกับนางอย่างนั้นหรือ…

Credit :

www.jamsai.com